เปลี่ยนอาหารเกรดพรีเมียมมา 3 ยี่ห้อแล้วหมายังคันเหมือนเดิม? ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ในชามข้าว

ที่คลินิกเราเจอเคสนี้บ่อยมาก เจ้าของถือถุงอาหารมาให้ดู 3-4 ถุง บอกว่าเปลี่ยนมาหมดแล้ว ถุงละพันกว่า แต่น้องยังเกาไม่หยุด เลียเท้าจนขนแหว่ง สะบัดหูทั้งวัน ความจริงคือ อาการคันในหมา-แมวมีหลายสาเหตุ และ "แพ้อาหาร" เป็นแค่ส่วนน้อยเมื่อเทียบกับ "แพ้สิ่งแวดล้อม" วันนี้เราจะช่วยแยกให้ออก ก่อนที่จะเสียเงินเปลี่ยนอาหารไปอีกยี่ห้อ
ทำไมช่วงนี้น้องคันหนักกว่าเดิม

ปลายฝนต้นหนาวในย่านรังสิต-ปทุมธานี อากาศชื้นสูง เป็นช่วงที่ไรฝุ่น เชื้อรา และยีสต์บนผิวหนังเติบโตได้ดี บ้านที่มีพรม ที่นอนผ้า หรือแอร์ที่ไม่ได้ล้างนาน ก็ยิ่งเป็นแหล่งสะสม หลายบ้านจึงรู้สึกว่า "อาหารเดิม ๆ นี่แหละ แต่ทำไมช่วงนี้คันขึ้นมา" นั่นเป็นเบาะแสสำคัญข้อแรกเลย เพราะถ้าอาการมาเป็นฤดูกาล อาหารมักไม่ใช่ตัวการหลัก
เบาะแสที่ 1: อาการเป็นตลอดปี หรือเป็นตามฤดู

อาการแพ้อาหารมักจะ เป็นเรื่อย ๆ ตลอดปี ไม่ค่อยสนใจว่าฝนหรือหนาว เพราะน้องกินอาหารนั้นทุกวัน ส่วนอาการแพ้สิ่งแวดล้อม เช่น ไรฝุ่น เกสร หญ้า มักจะ เป็นช่วง ๆ ดีขึ้นบางเดือน กำเริบบางเดือน หรือคันหนักเฉพาะตอนไปเดินสวน ตอนนอนพรม ตอนเข้าหน้าฝน
ลองนึกย้อนดูว่าปีที่แล้วช่วงนี้น้องเป็นไหม ถ้าเป็นซ้ำ ๆ ช่วงเดิมทุกปี นั่นชี้ไปทางสิ่งแวดล้อมมากกว่า
เบาะแสที่ 2: คันตรงไหน

ตำแหน่งช่วยบอกได้เยอะ
แพ้สิ่งแวดล้อม มักคันที่ หน้า รอบตา ปาก ใบหู อุ้งเท้า ขาหนีบ รักแร้ ท้อง เพราะเป็นจุดที่ผิวบางและสัมผัสพื้นหรืออากาศตรง ๆ อาการคลาสสิกคือเลียเท้าจนขนเป็นสีน้ำตาลแดง กับหูอักเสบซ้ำ ๆ
แพ้อาหาร ก็คันจุดคล้ายกันได้ แต่มักมี อาการทางเดินอาหารร่วม เช่น ถ่ายเหลวเป็นพัก ๆ ถ่ายวันละหลายรอบ ผายลมบ่อย หรืออาเจียนเป็นครั้งคราว
หมัด มักคันหนักที่ โคนหางและหลังช่วงบั้นท้าย ถ้าน้องหันไปกัดโคนหางตัวเอง อันดับแรกให้เช็กเรื่องหมัดก่อนเลย และในแมวมักเห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ เรียงตามคอและหลัง
เบาะแสที่ 3: ลองเปลี่ยนอาหารแบบที่ "นับได้"

จุดที่หลายบ้านพลาดคือ เปลี่ยนอาหารทุก 2-3 สัปดาห์ พอไม่ดีขึ้นก็เปลี่ยนอีก แบบนี้จะสรุปอะไรไม่ได้เลย เพราะการทดสอบแพ้อาหารต้องใช้เวลานาน และต้องคุมเข้ม
หลักคือใช้อาหารสูตรจำเพาะที่สัตวแพทย์เลือกให้ (โปรตีนใหม่ที่น้องไม่เคยกิน หรือโปรตีนย่อยละเอียด) กินอย่างเดียว ต่อเนื่องประมาณ 8 สัปดาห์ ห้ามขนม ห้ามเศษอาหารคน ห้ามขนมขัดฟันที่มีเนื้อสัตว์ผสม แค่ขนมชิ้นเดียวก็ทำให้ผลเพี้ยนได้ ถ้าครบกำหนดแล้วดีขึ้นชัด แล้วกลับไปกินอาหารเดิมอาการกลับมา ก็ค่อนข้างชี้ว่าเป็นแพ้อาหารจริง
ที่สำคัญ ก่อนจะเริ่มทดสอบ ควรจัดการเรื่องหมัดและการติดเชื้อแบคทีเรีย-ยีสต์บนผิวให้เรียบร้อยก่อน ไม่งั้นอาการคันจากสาเหตุพวกนี้จะบังผลการทดสอบทั้งหมด
แบบไหนควรพาเข้ามาตรวจ

ถ้าน้องมีอาการต่อไปนี้ อย่ารอ ลองพามาให้คุณหมอดูจะเร็วกว่า
คันจนนอนไม่หลับ หรือเกาจนผิวแตก มีน้ำเหลือง มีกลิ่น
หูอักเสบซ้ำมากกว่า 2-3 ครั้งในปีเดียว
ขนร่วงเป็นวง ผิวคล้ำหนา หรือมีตุ่มหนอง
เปลี่ยนอาหารมาหลายยี่ห้อแล้วไม่ดีขึ้น
ที่คลินิกเราจะเริ่มจากซักประวัติละเอียด ตรวจผิวหนัง ขูดผิวหรือส่องกล้องดูไร-ยีสต์ และวางแผนร่วมกับเจ้าของว่าจะจับสาเหตุไหนก่อน
สรุป
อาการคันไม่หยุดไม่ได้แปลว่าอาหารผิดเสมอไป ลองสังเกต 3 อย่างนี้ก่อน คือ เป็นตลอดปีหรือตามฤดู · คันตำแหน่งไหน · มีอาการท้องเสียร่วมไหม แค่เท่านี้ก็ช่วยตัดตัวเลือกได้เยอะ และช่วยประหยัดเงินค่าอาหารที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
ถ้าไม่แน่ใจว่าน้องเข้าข่ายแบบไหน ทักแชทมาคุยกับเราได้เลยทาง Messenger หรือ LINE เล่าอาการมาก่อนก็ได้ ถ่ายรูปจุดที่คันมาให้ดูด้วยยิ่งดี เราจะช่วยดูเบื้องต้นและนัดเวลาให้สะดวก ไม่ต้องรอคิวนาน
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป การวินิจฉัยและการรักษาควรผ่านการตรวจโดยสัตวแพทย์

4 อย่างที่ควรอยู่ในใบตรวจสุขภาพของหมาแมวอายุ 7 ปีขึ้นไป — และข้อที่ 4 คือสิ่งที่เจ้าของส่วนใหญ่ไม่เคยเอ่ยปากขอ
เช็กอัป 'วัยเก๋า' ปีที่ 7: รายการตรวจที่ยื่นให้หมอดูได้เลย
ผิวหนังดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ แต่กลับมาเป็นซ้ำในเดือนถัดมา — จุดพลาดมักอยู่ที่ "วันที่หยุดยา"