เปิดให้บริการ จันทร์ ถึง อาทิตย์ 8.00 - 22.00 น.โทร 02-577-2561LINE @247vdzpi
DC Dog Corner Pet Hospital & SpaDC Dog Corner Pet Hospital & Spaรักษาสัตว์ · อาบน้ำตัดขน · ฝากเลี้ยง
« บทความทั้งหมด

4 อย่างที่ควรอยู่ในใบตรวจสุขภาพของหมาแมวอายุ 7 ปีขึ้นไป — และข้อที่ 4 คือสิ่งที่เจ้าของส่วนใหญ่ไม่เคยเอ่ยปากขอ

ทีมสัตวแพทย์ DC · 20 ก.ย. 2569
4 อย่างที่ควรอยู่ในใบตรวจสุขภาพของหมาแมวอายุ 7 ปีขึ้นไป — และข้อที่ 4 คือสิ่งที่เจ้าของส่วนใหญ่ไม่เคยเอ่ยปากขอ

พออายุน้องเข้าเลข 7 หลาย ๆ บ้านจะเริ่มสังเกตว่า "เดินช้าลง นอนเยอะขึ้น กินน้อยลงนิดหน่อย" แล้วก็สรุปในใจว่า แค่แก่ ซึ่งบางทีก็ใช่จริง ๆ แต่สองโรคที่หมอเจอบ่อยในน้องวัยนี้ คือ โรคไตเรื้อรัง กับ โรคหัวใจ และทั้งคู่มีนิสัยเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือช่วงแรกมักไม่แสดงอาการชัด กว่าจะเห็นด้วยตาว่าผิดปกติ ก็มักเดินมาไกลพอสมควรแล้ว

ใบตรวจสุขภาพประจำปีของน้องวัยเก๋าจึงควรมีมากกว่า "เจาะเลือดดูค่าตับค่าไต" แบบรวม ๆ ลองดู 4 ข้อนี้ แล้วเอาไปคุยกับหมอที่คลินิกได้เลย

1. ค่าไตในเลือด — ไม่ใช่แค่ BUN กับ Creatinine

สองค่านี้เป็นค่าพื้นฐานที่ดี แต่ข้อจำกัดคือมันมักจะขยับให้เห็นชัดเมื่อไตเสียหน้าที่ไปพอสมควรแล้ว ปัจจุบันจึงมีค่า SDMA ที่ช่วยจับความผิดปกติของไตได้เร็วขึ้นในหลายเคส และควรดูคู่กับ ค่าเกลือแร่ เช่น ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม เพราะมีผลต่อการวางแผนอาหารและการรักษาโดยตรง

พูดง่าย ๆ ค่าเลือดกลุ่มนี้ตอบคำถามว่า "ตอนนี้ไตทำงานเหลือประมาณไหน และร่างกายเริ่มเสียสมดุลหรือยัง"

2. ตรวจปัสสาวะ — ด่านที่มักถูกข้าม

ข้อนี้เจ้าของมักไม่ได้ขอ เพราะรู้สึกว่า "เจาะเลือดแล้วน่าจะพอ" แต่ปัสสาวะบอกเรื่องไตได้ในมุมที่เลือดบอกไม่ได้ โดยเฉพาะ ความถ่วงจำเพาะ (ค่าความเข้มข้นของปัสสาวะ) ซึ่งสะท้อนว่าไตยังเก็บกักน้ำได้ดีแค่ไหน และ ค่าโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (UPC) ที่ใช้ติดตามความเสียหายของไตและใช้ประเมินความเสี่ยงระยะยาว

หมอมักขอให้เก็บปัสสาวะตอนเช้าตื่นนอนมาด้วย เพราะเป็นตัวอย่างที่บอกอะไรได้ดีที่สุด

3. วัดความดันโลหิต — จุดเชื่อมระหว่างไตกับหัวใจ

หมาแมวก็วัดความดันได้ ใช้ผ้าพันขาหรือหางเหมือนคน ใช้เวลาไม่กี่นาที ไม่เจ็บ

ความดันสูงในน้องวัยเก๋ามักไม่ได้มาเดี่ยว ๆ แต่มาพร้อมโรคไต โรคหัวใจ หรือไทรอยด์เป็นพิษในแมว และถ้าปล่อยไว้นานก็มีผลต่ออวัยวะอื่น รวมถึงดวงตา การวัดไว้ตั้งแต่ยังปกติยังมีข้อดีอีกอย่าง คือได้ "ค่าพื้นฐาน" ของน้องเอาไว้เทียบในปีถัด ๆ ไป

4. ตรวจหัวใจตั้งแต่ยังไม่มีอาการ — ข้อที่เจ้าของไม่เคยเอ่ยปากขอ

ส่วนใหญ่จะรอให้ไอ เหนื่อยง่าย หรือหอบก่อน ถึงจะนึกถึงหัวใจ แต่โดยเฉพาะในแมว โรคหัวใจจำนวนหนึ่งเงียบมากจนเจ้าของแทบไม่ทันสังเกต

สิ่งที่ขอหมอได้คือ ฟังเสียงหัวใจอย่างละเอียด (ฟังเสียงฟู่ เสียงจังหวะผิดปกติ) และถ้าหมอพบอะไรน่าสงสัย ก็ต่อด้วย เอกซเรย์ทรวงอก เพื่อดูขนาดหัวใจและปอด อัลตราซาวด์หัวใจ (Echo) เพื่อดูโครงสร้างและการบีบตัว หรือค่าเลือด NT-proBNP ที่ช่วยบอกว่ากล้ามเนื้อหัวใจกำลังทำงานหนักผิดปกติหรือไม่ — มีประโยชน์มากในแมวที่ยังไม่แสดงอาการ

ไม่ใช่ทุกตัวต้องตรวจครบทุกอย่าง หมอจะเลือกตามผลตรวจร่างกาย สายพันธุ์ และอายุ

สรุป

อายุ 7 ปีไม่ใช่เส้นตายอะไร เป็นแค่จุดที่ควรเปลี่ยนจาก "ตรวจเมื่อป่วย" มาเป็น "ตรวจเพื่อรู้ก่อน" (น้องพันธุ์ใหญ่มากอาจเริ่มเร็วกว่านั้น) เจอเร็วไม่ได้แปลว่าหายขาดเสมอไป แต่แปลว่ามีทางเลือกในการดูแลมากกว่า และน้องมักสบายตัวกว่า

ถ้าไม่แน่ใจว่าน้องที่บ้านควรตรวจอะไรบ้าง ทักมาคุยกับเราก่อนได้เลย บอกอายุ พันธุ์ และอาการที่สังเกตเห็น เดี๋ยวทีมหมอช่วยดูให้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน

DC pet Hospital & spa

52/59-60 ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง 5 ฝั่งขาเข้า) ต.รังสิต อ.ธัญบุรี ปทุมธานี 12110

โทร 02-577-2561 · มือถือ 064-969-9514

LINE: @dogcorner (https://lin.ee/DD6dpZ2)

เปิดทุกวัน 08:00–22:00

มีข้อสงสัยเรื่องน้อง? ทักมาถามได้เลย